ดิฉันได้พบ Landmark ของใจในทรงกลมนั้น โดยการนึกดวงอาทิตย์ขึ้นมาวางไว้ที่นั่น ทันใดนั้น ดิฉันก็ไม่ใช่ทรงกลมอีกต่อไป แต่พบแสงสว่างมากมายเปล่งประกายเจิดจ้า เป็นความรู้สึกที่ไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด ระหว่างดิฉันและจักรวาล การที่สามารถเห็นดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง และสามารถเห็นใจกลางความสว่างภายใน เป็นสิ่งที่ไม่สามารถบรรยายออกมาได้เลย มันเป็นเหมือนแสงสีขาวสว่างจ้าภายในดวงอาทิตย์
ดิฉันมีความรู้สึกอย่างแรงกล้าขึ้นมาเลยว่า ดิฉันจะได้รับประโยชน์มหาศาลจากการปฏิบัติธรรมอย่างแน่นอนค่ะ และดิฉันก็ไม่ผิดหวังจริงๆ เพราะตั้งแต่ก้าวแรกที่ไปถึง ดิฉันมีความสุขอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่มีความกังวลใจอะไรเลย ทำให้ตลอดช่วงเวลาที่ได้เข้าร่วมโครงการ นับเป็นช่วงเวลาที่วิเศษสุดจริงๆค่ะ
พระอาจารย์ถามว่า การที่ดิฉันได้เห็นพระพุทธรูปที่กลางตัว จะไปกระทบต่อการนับถือศาสนาของดิฉันหรือไม่ ดิฉันตอบไปว่า “ไม่กระทบค่ะ” เพราะดิฉันเป็นคนนับถือเรื่องจิตนิยม ตราบใดที่เราชื่นชอบในการทำความดี จิตใจรักสงบ สมาธิก็เหมาะกับเราโดยอัตโนมัติ โดยไม่ขัดแย้งต่อศาสนาดั้งเดิมของเราค่ะ
A program of Thai TV Channel 3 shot and broadcasted a scoop of the Middle Way Project.
สิ้นคำอธิษฐาน ก็มีแสงสว่างปรากฏที่ศูนย์กลางกายทันที แล้วในความสว่างนั้นสิ่งอัศจรรย์ที่สุดในชีวิตก็ปรากฏขึ้น ลูกได้เห็นพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญนั่งสมาธิลอยนิ่ง อยู่ที่ศูนย์กลางกายที่สว่างจ้านั้น และที่อัศจรรย์กำลังสอง ก็คือ พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ...ท่านเหลืองอร่ามเป็นทองคำเลยค่ะ
นักธุรกิจชั้นนำของกลุ่มธุรกิจ Amway จากต่างประเทศ ได้เข้าร่วมปฏิบัติธรรมธรรมนานาชาติ หรือ The Middle Way
สิ่งที่คอร์ส The Middle Way ให้เรานั้น เกินกว่าการผ่อนคลายมาก เพียงเข้าวันที่สองของคอร์ส 4วัน ดิฉันตัวโล่งว่างเหมือนอากาศ แล้วก็ว่างเท่าอากาศ แล้วใจก็สัมผัสกับศูนย์กลางกายได้อย่างรวดเร็ว สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาอีกไม่นานโดยไม่คาดคิดมาก่อนก็คือ ดิฉันได้เห็น กรวยหงาย ปรากฏที่ศูนย์กลางกาย ปลายแหลมลงไปข้างล่าง ดิฉันก็เล่าให้พระอาจารย์ฟังค่ะ ท่านก็ยิ้มๆไม่ยอมบอกใบ้อะไรว่า ทำไมดิฉันถึงได้เห็นกรวยหงายที่ศูนย์กลางกาย
โครงการปฏิบัติธรรมหนึ่งสัปดาห์ The Middle Way ในประเทศอินโดนีเซีย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-30 มีนาคม พ.ศ.2554
นับเป็นความสำเร็จอีกระดับของโครงการปฏิบัติธรรมพิเศษนานาชาติ The Middle Way ภาคภาษาจีน ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นครั้งที่19 แล้ว ระหว่างวันที่ 13-19 ธันวาคม พ.ศ.2552 ณ สวนพนาวัฒน์ และเป็นการรวมตัวกันของผู้มีบุญทุกเพศทุกวัย จากอายุน้อยสุด คือ ด.ช.แวร์เรียน และ ด.ญ.เจอรัลดีน อายุ 7ขวบ ไปถึงอาม่านั่งรถเข็นอายุ 85ปี
ส่วนโครงงาน Peace for Africa ที่พวกเราจะร่วมกัน นั่งสมาธิ จุดประทีป และลอยโคมสันติภาพนั้น ทีมงานได้กำหนดแน่นอนแล้วว่า เป็น วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ.2551 โดยจะมีประชาชนทุกสีผิวจากทุกศาสนาและความเชื่อ มานั่งสมาธิร่วมกัน แผ่ขยาย Peace จากภายในออกไปสู่เพื่อนมนุษย์ทุกๆคน